Toilet for thoughts

ส้วมความคิด by วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

ตอบคำถาม “ตอบตามใจ”

นานๆโดนรุมวิจารณ์ก็ช่วยสะท้อนตัวเองดีเหมือนกันเนอะ ไปcomment กันได้เน่อที่ http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=11299&st=0 ครับผม

ตอบตามใจ 26

ถ. ขนรักแร้ มีประโยชน์อย่างไร ทำไมต้องมีด้วย ถ้ามันมีประโยชน์ แล้วทำไมผู้หญิงถึงไปเอาออกกัน ฝากด้วยนะครับ

memento69

ต. เผอิญคำถามนี้เป็นคำถามที่คุณ memento69 ไป post ไว้ในเวปไซต์ของผม wannasingh.wordpress.com จึงมีคนเข้ามาร่วมตอบมากมาย จะขอลองเอาคำตอบจากทางบ้านมาให้อ่านกันดูนะครับ

planning:เค้าว่าถ้ามีขนรักแร้กลิ่นตัวจะลดลง เค้าว่าน่ะ ไม่อาจแน่ใจ5555+ ถามเพื่อ???? (ทัศนะ: ไม่น่าจะจริงนะครับ ผมได้พบผู้คนมากมายที่มีขนพานพุ่มดุจดั่งลิงอุรังอุตัง แต่ก็ยังมีกลิ่นตัวอันแสนอัปยีอยู่ดี)

ข้าวตู: ขนรักแร้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ (ทัศนะ: ผมว่าขนจมูกน่าสนใจกว่านะ)

Moochum : ขนรักแร้ มีไว้เพื่อให้ดูดซับเหงื่อ มั้งค่ะ หุหุ ผู้หญิงต้องกำจัด เพราะคิดว่ามันดูน่าเกลียดถ้ามันยาวอกมา (ทัศนะ: ตอนนี้ผมอยู่ที่เยอรมัน ได้พบเจอสตรีมากมายที่ไม่ยอมโกนขนแพลม สาเหตุนั้นมิอาจทราบได้)

Kati: ขนรักแร้มีไว้ประดับบารมี 55 ( ทัศนะ:ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผมอยากขอดูรักแร้คุณหญิงพจ”มาร”จริงๆ)

ถ:ทำไมพี่สิงห์ถึงเป็นคนแบบนี้ คือหมายถึงสำนวนการเขียนของพี่น่ะ มันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที เลยเหรอพี่ ของแบบนี้มันถ่ายทอดกันทางสายเลือดได้ด้วยเหรอ ?

Fang

ต: แล้วสำนวนผมเนี่ยมันเป็นยังไงรือ (วระ) ?

ผมก็อ่านงานเขียนของคนอื่นๆในบ้านเหมือนกันนะครับ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าคล้ายกันมากนัก หากจะเปรียบเทียบ ผมมองว่างานของผมใกล้เคียงกับของพ่อมากที่สุดในเชิงเนื้อหา (ไม่ใช่คอลัมน์นี้นะ ตอบตามใจที่เอาไว้ระบายความปัญญาอ่อนส่วนตัวเฉยๆ) แต่เรื่องสำนวนก็ไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่ครับ

มันมาจากสายเลือดรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่พ่อกับแม่ก็เลี้ยงผมกับพี่ชายมาให้รู้จักคิดไตร่ตรองทุกสิ่งตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมที่เล็กน้อยแค่ไหนของชีวิต ถ้าจะมีสิ่งใดที่ผมได้จากพ่อแม่มาก็น่าจะเป็นวิถีทางในการคิดครับ แต่เรื่องของสำนวนนี่มาหาเอาเองมากกว่า (ถ้าลองกลับไปดูงานชิ้นแรกๆนี่ จะเห็นว่าสำนวนค่อนข้างต่างจากปัจจุบันพอควร)

ส่วนสำนวนปัญญาอ่อนทั้งหลายนี่แทบจะมาจากพี่ชายล้วนๆครับ (ไม่ใช่แค่ในงานเขียน รวมไปถึงการพูดจาปกติด้วย)

ถ. รวมมิตรต่างกับพันธมิตรยังไงคะ?

Boodude

ต: รวมมิตรมีไว้เพื่อสนองความอยากทางความหวานของคน ส่วนพันธมิตรมีไว้เพื่อสนองความอยากทางศีลธรรมของคนครับ

ถ: พี่สิงห์คิดว่า การเมืองไทยจะเป็นยังไงต่อไปค่ะ ช่วงนี้วิกฤตเลย คนในชาติทะเลาะกันเอง  ^^”

moochum

ต: ผมไม่รู้ว่าตอนที่ทุกคนอ่านคอลัมน์นี้อยู่การเมืองไทยจะเป็นยังไงบ้างแล้วนะครับ แต่สถานการณ์ตอนนี้ (วันที่ 12 กันยายน 2551) จะเรียกว่าตกต่ำถึงขีดสุดแล้วก็ได้ ผมเองก็ตอบไม่ได้ว่าทางออกจะอยู่ที่ตรงไหน เพราะดูเหมือนว่าฝ่ายไหนๆก็ต่างโอบกอดหนทางของตัวเองเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีใครยอมใครเลยสักนิด

ปัญหาของการเมืองบ้านเรามีปัญหาอยู่สองสามอย่างครับ อย่างแรกเลยคือเรามีระบอบประชาธิปไตยที่ยึดถือตัวบุคคลเป็นหลัก ไม่ได้ยึดถือแนวทางความคิด หากเรามองดูประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรงในหลายๆประเทศ เราจะเห็นได้ว่าพรรคแต่ละพรรคจะมีเสนอแนวทางในการบริหารบ้านเมืองที่ชัดเจนและแตกต่างกันออกไป หากเป็นพรรคเสรีนิยม (Liberal party) ก็จะเน้นตลาดเสรีและการเปิดประเทศเป็นหลัก หากเป็นอนุรักษ์นิยม (Conservative party) ก็จะเน้นการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศและรัฐสวัสดิการ เป็นต้น แต่ในประเทศไทยที่ผ่านมาจะมีก็แค่ไทยรักไทยเท่านั้นที่มีหนทางที่ชัดเจน (แต่ก็ไม่ใช่ว่าดีนัก) พรรคที่เหลือก็เป็นแค่สถาบันกลวงๆที่อนุญาตให้นักการเมืองย้ายไปมาได้เรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งประชาธิปัตย์ที่อยู่มานานที่สุดก็เป็นประชาธิปัตย์ (Democrat) เพียงแค่ชื่อ ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยเห็นนโยบายของพรรคนี้มีแนวทางที่ชัดเจนสักที

เพราะเหตุนี้ การต่อสู้ทางการเมืองในประเทศไทยก็เลยไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนการอภิปรายทางความคิด แต่มาเถียงกันเรื่อง “ศีลธรรม” และ “ความดี-ความชั่วมากกว่า” ซึ่งไอเรื่องพวกนี้มันก็ปั้นให้ผิดถูกได้ตามใจคนพูด และนอกจากนั้นหลายๆฝ่ายก็ต่างพากันอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง ในเรื่องที่ไม่มีสีขาวดำสุดขั้ว เพราะ ฉ นั้นก็เลยเถียงกันไม่ตกสักทีนั่นแหละครับ เสียเวลาจริงๆ

และที่ผมเป็นห่วงประเทศไทยมากๆก็คือเราสนใจแค่เรื่องความโปร่งใสของรัฐบาลและเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป (ถ้าจะมีนะ) ซึ่งแน่นอนว่าพวกนี้เป็นเรื่องสำคัญแต่ขณะเดียวกันกลับไม่มีใคร “เถียง”กันในประเด็นอาทิเช่นนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต รัฐสวัสดิการ การสร้าง infrastructure ให้กับประเทศในระยะยาว หนทางของการศึกษา ฯลฯ เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องพวกนี้นั่นแหละที่มีผลกับชีวิตคนทั่วไปจริงๆ ไม่ใช่ว่าวัวตัวไหนบ้างที่นั่งอยู่ในสภาฯ

แต่แน่นอนครับ พูดไปตอนนี้ใครจะฟังนิ

September 15, 2008 - Posted by wannasingh | ตอบตามใจ | , , | 7 Comments

7 Comments »

  1. จริงด้วยนิ

    พูดตอนนี้ใครจะฟัง..

    ปล. ขนรักแร้มีไว้เพื่อ ระบายความร้อนของร่างกายมั้ง

    แบบว่า มีขน ก็ต้องมีรู มีรูแล้วก็ระบายความร้อนได้

    แปร่ว~ ^^”

    Comment by piie-z* | September 16, 2008 | Reply

  2. เห็นด้วยเรื่องระบบ ว่าประเทศจะมีระบอบประชาธิปประไตยที่ดีได้ต้องมีระบบที่เข้มแข็ง สามารถ screen คนที่ดีและมีความสามารถ มีปัญญา เข้ามาได้ และเป็นระบอบประชาธิปไตยที่สามารถไปได้และพัฒนาตนเองได้ แม้จะมีไวรัสหรือการโจมตีจากภายในและภายนอก

    แต่ใครหล่ะที่จะมาสร้างระบอบนี้ คนชั่วก็ไม่ทำเพราะเอาแต่โกงกิน คนดีมีปัญญาไม่พอก็ทำไม่ได้ คงต้องรอคนดีที่มีปัญญาและบารมี ที่จะสามารถช่วยวางรากฐานระบอบที่เข้มแข็งให้กับประเทศชาติได้

    ประเทศอเมริกาหน่ะโชคดีที่คนสร้างชาติ ประธานาธิปดีคนแรกกับคนเขียนกฎหมายวางรากฐานไว้ดี สร้างระบบที่มี check & balance ไว้ดี

    แต่คุยกับอาจารย์อเมริกันก็ว่า ขนาดระบอบมันดีขนาดนี้ มันยังพยายามโกงกินกันให้ได้มากๆ แต่ว่าการโกงกินของเขามัน ซับซ้อนกว่า และทำได้ยากกว่าเพราะว่าระบบดีกว่า

    Comment by Mim | September 16, 2008 | Reply

  3. ตัวคำถามพี่สิงห์เล็กมาเลยอ่ะ

    อ่านแทบไม่ออก

    ปล. ผมยังยาวได้ แล้วไมขนรักแร้จะยาวบ้างไม่ได้ อืมๆ

    Comment by น้ำแข็งทอด | September 17, 2008 | Reply

  4. อืม ทั้งเรื่องการเมือง และขนรักแร้

    มันช่างเป็นอะไรที่หาคำตอบได้ยากเสียทีเดียว 55

    Comment by kati | September 22, 2008 | Reply

  5. อ่านดูๆในsameskyมีแต่ผู้ใหญ่รักมึงนะเนี่ย

    Comment by SnubbyDoo | September 27, 2008 | Reply

  6. พี่สิงห์ ข้าวตูค้นพบประโยชน์ของขนรักแร้แล้วค่ะ!
    (อืม…สนใจขนาดนั้นเชียว)
    เอาเป็นว่าบังเอิญเจอข้อมูลค่ะ
    ขนรักแร้เนี่ย มีเอาไว้เพื่อ ลดการเสียดสีของแขนไงคะ เวลาแกว่งไปแกว่งมา
    มันจะโปร่งๆไม่เสียดสี
    มีวิธีทดลองนะคะ ลองเอาผิวหนังส่วนที่ไม่มีขนถูกันไปมา
    กับเอาผิวหนังส่วนที่มีขนถูกกันไปมา
    แบบไหนจะเกิดความร้อนเนื่องจากการเสียดสีมากกว่ากัน?
    ไปทดลองดูนะคะ

    ปล*แต่หนูยอมให้แขนมันเสียดสีกันคะ ข้ออ้างในการมีขนรักแร้ยุบยั่บเพื่อลดการเสียดสีมันก็เหลือทนจริงๆ

    Comment by ข้าวตู | September 27, 2008 | Reply

  7. พี่สิงห์…

    อยากรู้ว่า ความรัก เป็นยังไง

    และทำยังไงถึงจะสัมผัสและรับรู้ได้ว่าคือ รัก

    (รัก ในที่นี้ หมายถึง รัก ทุกรูปแบบ นะ )(ไม่เอากวนนะ โคตรอยากรู้ )

    Comment by bill | November 4, 2008 | Reply


Leave a comment