Toilet for thoughts

ส้วมความคิด by วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

เพลงเสร็จแร้ว (2 เพลง)

ป.ล. ขอโฆษณาหน่อยครับ ในเดือนมกราคมนี้ Single 2 เพลงแรกของวง Rhashomon ของผมน่าจะเริ่มเปิดตามวิทยุแล้วนะครับ ลองหาฟังกันได้น่าจะออกวางแผงเดือนมีนาคม เป็นอัลบั้มรวมกับวงหลายๆวงในอัลบั้ม Sanamluang Zine Volume 2 ครับผม ส่วนอัลบั้มเต็มน่าจะเสร็จกลางๆปี  ส่วนเรื่องราวในการทำเพลงจะมาเล้าส่กันฟังในโอกาสต่อๆไปครับ

Catalyst 13

คีตวิปริต

14วงสมัยก่อน


ช่วงนี้ชีวิตผมกำลังถูกเสียงเพลงรุกราน
ไม่รู้ทำไม ไม่ว่าตอนกินข้าว ตอนหลับตาจะเข้านอน ตอนยองถ่าย หรือว่าตอนงัดบุหรี่ออกมาสูบ จิตใจมันว้าวุ่นไปหมด
…ผลิตดนตรีออกมาตลอดเวลา
มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ลุ่มหลงแต่เยือกเย็น หมกมุ่นแต่ยังไตร่ตรอง จนอาจจะเกือบพูดได้ว่าดนตรีนั้นเปรียบเสมือนเฮโรอีนสูตรประจำตัวของผม จะต่างกันก็แค่ดนตรีนั้นไม่ใจร้ายขนาดที่จะขโมยสามัญสำนึกของผมไปพร้อมกับหัวใจที่ตอนนี้หลงรักมันอย่างโงหัวไม่ขึ้น
เท่าที่ผมจำได้ ตอนแรกมันไม่ได้เป็นแบบนี้

ผมจับเปียโนครั้งแรกตอนอายุ 10 ขวบ
Mozart, Beethoven, Bach ตราหน้ากันเข้ามาหาเรียกร้องความสนใจจากเด็กตัวน้อยๆผู้ยังบอกไม่ได้ซะด้วยซ้ำว่าคอร์ดไมเนอร์นั้นมีความหมายต่างกับคอร์ดเมเจอร์อย่างไร
อาจารย์เปียโนผมเป็นพี่นักศึกษาคนหนึ่ง เธอมาสอนที่บ้านทุกวันจันทร์ เอาตำราเล่มหนาๆติดตัวมาด้วยตลอด เธอให้การบ้านผมทุกอาทิตย์ แบบฝึกหัดเพื่อเสริมความแข็งแรงของนิ้ว สร้างทักษะการอ่านโน้ต ฯลฯ
…แต่ไอสิงห์ไม่เคยซ้อมเลย
ส่วนใหญ่เวลาอาจารย์มาบ้าน ผมก็จะชวนพี่แกเล่นเกมส์บ้าง หรือไม่ก็ชวนคุยเรื่องหนังดังตอนนั้น ผมกระทำการอารยะขัดขืนต่อระบบมารดาญาสิทธิราชตลอดเวลา ตัวผมในตอนนั้นเชื่อว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อสังคมเหมือนกับลูกคนชั้นกลางหลายๆคนที่ถูกพ่อแม่บังคับให้เรียนเปียโน เต้นบัลเล่ห์ หรือไม่ก็ตีเทนนิส
และวันหนึ่งอาจารย์ก็เลิกมาที่บ้านผม
ดูสิครับ ไอเด็กที่มันไม่รักดีทางดนตรีถึงขนาดอาจารย์สอนเปียโนอพยพหอบตำราหนีนี่มันกลายมาเป็นไอหนุ่มผู้ลงแดงทางเสียงตลอดเวลาอย่างตอนนี้ได้ยังไง
แต่ก็อย่างว่า จุดเริ่มต้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นอุปมาของบทสรุปเสมอไป
หากถามว่าจุดหักมุมของเรื่องมันอยู่ตรงไหน…
…ผมก็พอจะจำได้ครับ
ตอนเรียนอยู่ม.ต้น ก็เหมือนกับเด็กทั่วไป กลุ่มเพื่อนๆผมเริ่มตั้งวงดนตรีกัน ทุกคนรุมกันแย่งเล่นกีตาร์ ผมเองเล่นอะไรไม่เป็นแต่ก็อยากจะแจมด้วย สุดท้ายเลยถูกยัดให้ไปเล่นคีย์บอร์ดเพราะเพื่อนเห็นว่าพอเล่นได้อยู่บ้าง ซึ่งเพลงที่เด็กแกะเล่นกันสมัยนั้น (ลาบานูน โลโซ Blackhead Silly Fools ฯลฯ) ส่วนใหญ่ก็ไม่มีไลน์คีย์บอร์ดสักกะยุม สรุปคือผมได้เล่นประมาณ8ห้องต่อเพลงเท่านั้น ไอเราก็เบื่อ และก็ไม่รู้จะเล่นไปทำไม สรุปเลยออกจากวงกลับบ้านเล่นเครื่องเพลย์ดีกว่า (วงตอนนั้นชื่อวงสะ-เหนียด)
แต่จุดหักเหของเรื่องก็คือที่โรงเรียนสามเสนที่ผมเรียนอยู่ในตอนนั้นเนี่ย มันมีกิจกรรมประกวดดนตรีประจำปีที่เรียกว่า Samsen Band อยู่ ซึ่งตอนเล่นคอนเสิร์ตกัน เด็กทั้งโรงเรียนก็จะมาดู และผมเองก็ได้เข้าไปดู Samsen Band เป็นครั้งแรกตอนผมเรียนอยู่ม.3

หนุ่มผมเกรียนกับสาวชุดคอซอง 3,000 คนแออัดกันอยู่ในหอประชุม
…มันมีพลังบางอย่างที่บังเกิดขึ้น

ผมมองขึ้นไปบนเวที มันเป็นครั้งแรกของผม…
ครั้งแรกที่ผมได้ดูดนตรีสด
…และครั้งแรกที่ผมได้เห็นความมหัศจรรย์ของมัน
ฝูงคนที่กระโดดขึ้นลงพร้อมกับจังหวะกลอง เสียงกีตาร์ที่กระชากและข่มเหงอารมณ์ไปในเวลาเดียวกัน  เสียงร้องที่เหมือนคำประกาศประกาสิทธิ์ สั่งทุกคนใน hall ให้ลุ่มหลงและเอื้อนเอ่ยตาม
แต่…
แต่ที่มุมหนึ่งของเวที มีเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง มันสะกดสายตาของผมไว้ได้อย่างติดตรึง มันมีอะไรบางอย่างในเสียงหนาๆของเครื่องดนตรีสี่สายชิ้นนั้น ความมหัศจรรย์บางประการที่ทำให้หูของผมแยกเสียงของมันออกมาจากเครื่องดนตรีทุกชิ้น
เสียงนั้น …มันคือกล้ามเนื้อของดนตรี คือเส้นทางที่วกวนแต่เป็นระเบียบ คือเสียงเดียวที่เป็นสีดำ คือความดุดันที่ล้ำเลิศ คือความมืดมดที่งดงาม
ในวันนั้น หูของผมได้พูดคุยกับมัน
…เบส
และความลุ่มหลงก็ได้บังเกิดขึ้นในใจ

พอเข้าม.ปลาย ผมไม่รอช้า รีบไปสมัครเรียนเบสทันที อาจารย์เบสของผมนั้นโชคดีกว่าพี่สาวสอนเปียโนอยู่มากๆ ผมซ้อมอย่างบ้าคลั่ง เช้าเย็นไม่หยุดหย่อน หวังว่าจะได้เป็นเบสฮีโร่ในเร็ววัน เบสตัวแรกของผมเป็นเบส Ibanez สีแดง ราคาประมาณ 6000 บาท ซึ่งนับว่าถูกมากถ้าเทียบกันในท้องตลาด (แต่ตอนนั้นเนี่ยเห่อซะเหลอเกิน เอามานอนกอดด้วย) ไอดอลในตอนนั้นก็คือ flea จากวง red hot chilies pepper และ tetsu จากวง L’Arc-en-Ciel ของญี่ปุ่น ผมเกะเพลงแทบจะทุกเพลงของสองวงนี้มาซ้อมเล่น รวมถึงเพลงไทยนับไม่ถ้วน มีความฝันร่วมกับเพื่อนๆในวงว่าสักวันเราจะต้อง “ไปเล่นผับ” ให้ได้ ซึ่งความจริงอายุอานาตอนนั้นแม้แต่จะเข้าผับก็ยังไม่ได้เรยนิ (ถึงแม้คุณจะหา Fake ID มาได้ แต่สุดท้ายก็ยังจะติดปัญหาเรื่อง ทรงผมรองทรงสูงที่ดูเด่นสง่าพลางบอกว่า “กูนี่แหละเด็กมอปลาย” ให้ทุกคนทีชายตามองได้รับทราบ)
ถึงแม้ว่าพวกเราในตอนนั้นจะได้แต่เกะเพลงชาวบ้านเล่นในห้องซ้อมกัน แต่การได้เล่นเบสกับเพื่อนๆบ่อยๆก็ทำให้ผมแฮ็ปปี้พอควร ตอนนั้นก็พาลคิดไปว่า “แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” แต่ไอสิงห์น้อยก็หารู้ไม่ว่าเหตุการณ์ที่รออยู่ในอนาคตอันใกล้นั้นจะส่งผลต่อชีวิตของไอสิงห์น้อยมากเพียงใด

เมื่อผมเรียนอยู่ม.6 ผมได้ขึ้นเล่นใน Samsen Band เป็นครั้งแรก
“….
…มหัศจรรย์
….”
ความรู้สึกที่นิ้วยาวๆของเราสะกิดสายเบส ก่อให้เกิดก้อนเสียงมหึมาที่เคลื่อนไหวผู้คนทั้ง hall ให้โยกย้ายไปตามเสียงเพลง
เหมือนการแสดงออกคำพูดนับล้านคำ
เหมือนการปลดทุกอารมณ์ที่เก็บลึกอยู่ข้างใน
เหมือนทั้งชีวิตที่ถูกปลดปล่อยออกไปในหนึ่งห้องดนตรี

และอาการเสพย์ติดของผมก็เริ่มต้นหลังจากนั้น

หลังจาก Samsen Band ผมตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องเริ่มสร้างวงดนตรีของตัวเอง และดันมันไปสู่ความยิ่งใหญ่ให้ได้ สิ่งนี้ได้กลายมาเป็นเป้าหมายหลักอันหนึ่งของชีวิตที่ผมจะต้องทำให้ได้ในวัยหนุ่ม ก่อนที่จะละทิ้งทุกอย่างไปสานต่อความตั้งใจด้านพัฒนาสังคมต่อไป
ความตั้งใจ กลายเป็นความลุ่มหลง และเกือบจะคล้ายความวิปริตอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น
ในช่วงที่เรียนอยู่หมาวิทยาลัยนั้น ผมทำเพลงอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่เพลงส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกับเพลง Rock ทั่วไปที่ผมชอบฟัง ไม่ได้มีอะไรแตกต่างมากมาย ไปส่งค่ายไหนเค้าก็ยิ้มมุมปากให้ แล้วก็บอกว่า “ไว้พยายามใหม่นะน้อง” หรือก็ “พี่ว่าสิงห์เขียนหนังสือก็โอแล้วนะเคอะ”
แน่นอนว่านักดนตรีเกือบจะทุกคนก็เคยเจอแบบนี้ และความท้อถอยก็ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา หรับผม ถ้าหากว่ามันเป็นแค่ความฝันวัยรุ่นธรรมดา ผมก็อาจจะเลิกคิดไปแล้วก็ได้ แต่นี่มันเป็นอาการเสพย์ติดขั้นรุนแรง ที่แม้ราคาสูงแค่ไหนก็ยินดีจ่ายด้วยแรงกายและแรงความคิดทั้งหมดที่มี


จนทุกวันนี้ ยังมีค่ำคืนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ผมนอนไม่หลับเพราะความตื่นเต้นจากภาพจินตนาการ
ผมเห็นตัวเองกำลังแสดงอยู่บนเวทีต่อหน้าผู้คนหลายพันคน
แต่ในความเป็นจริง เวทีนั้นยังคงมาไม่ถึง
…บางครั้งผมก็คิดเล่นๆ
ความฝันมีไว้ก็ดี แต่มีมากประการไปก็เหนื่อยฉิบ

แต่ถึงแม้จะเหนื่อย ถึงแม้เวทีนั้นจะยังมาไม่ถึง…
…แต่ก็คงจะใกล้เข้ามาทุกที
(to be continue…นิ)

December 9, 2008 - Posted by wannasingh | Uncategorized | , , , , , , | 11 Comments

11 Comments »

  1. ดีใจด้วยนะคะพี่สิงห์ ความฝันใกล้ความจริงแล้วว มีคอนเสิร์ตที่ไหนอย่างไรรีบบอกเลยนะ
    จะตามไปคอยฟังเสียงเบสสสส

    Comment by ข้าวตู | December 10, 2008 | Reply

  2. เห็นด้วยกับน้องข้าวตูค่ะ ดีใจกับสิงห์ด้วยที่ความฝันอีกหนึ่งอย่างใกล้เป็นความจริงแล้ว
    และอย่างน้อยๆถ้ามีคอนเสิร์ต ก้อคงมีหลายๆคนรอต่อแถวซื้อบัตรแล้วแหละ

    แล้วสิงห์ชอบเล่นกลองด้วยรึป่าว อยากรู้ ? เหมือนจาเคยเห็นรูปสิงห์เล่นกลอง

    ป.ล. ถึงน้องข้าวตู >> แอบเคยเห็นน้องข้าวตูในมอเกมด้วยนะค่ะ
    ป.ล.2 เป็นกำลังใจให้สิงห์ สู้ต่อไปเน้อออ

    Comment by pook | December 11, 2008 | Reply

  3. hi…

    Comment by wan | December 11, 2008 | Reply

  4. เป็นกำลังใจนะค่ะพี่สิงห์

    อยากให้ความฝันเป็นจิงเร็วๆๆ

    แล้วจะตามไปดูหน้าเวทีเลย

    Comment by mind | December 11, 2008 | Reply

  5. จิคอยฟังเพลงพี่สิงห์นะคะ
    จิคอยต่อแถวซื้อบัตรคอนเสิร์ต
    จิคอยดูพี่สิงห์อยู่หน้าเวที
    จิคอยซื้อแผ่นจริง ด้วย เหอะๆๆ
    ป.ล. ถ้าออกคอนเสิร์ตเมื่อไหร่
    มา โคราช บ้างนะพี่สิงห์

    Comment by kati | December 13, 2008 | Reply

  6. ว้าวๆๆ

    ดีใจด้วยจิงๆค่ะ

    ใกล้ทำฝันได้เป็นจิงแล้วนิ

    สุดยอดมากกกกกกกกก

    ถ้ามีคอนเสิร์ตต้องไปให้ได้เลย^^

    Comment by onlii me smile | December 13, 2008 | Reply

  7. สุดยอดเลยฮะ

    Comment by อ้อมโลก | December 25, 2008 | Reply

  8. ไอ้คนข้างบนมันเอามาให้อ่านนะ
    ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบนี่มันดีจริงๆ
    เราว่าเบสมันคงเป็นสายเลือดนายไปแล้วมั้ง
    อยากจะรู้สึกแบบนี้บ้างจัง

    Comment by L.M. | December 25, 2008 | Reply

  9. ดีใจด้วยนะจ๊ะ จะมีผลงานเพลงแล้ว

    จำได้ว่าน้องสิงห์เรียนกีต้าร์เบสกะอาจารย์หน่อย@PMS (Yamaha)

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ^___^

    Comment by NhengTheSingleMom | January 15, 2009 | Reply

  10. บรรยายได้เห็นภาพมากเลยนิ
    เราก็มีความฝันอยากทำวงเหมือนกัน ไอ้ภาพจินตนาการที่หลอกหลอนว่าเราอยู่บนเวทีนั้น มันมาคอยหลอกหลอนเป็นพักๆ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังตามมาหลอกอยู่
    เหตุเพราะเราชอบมันมาก ถึงขั้นลุ่มหลง
    จะมีคนกี่เปอร์เซ็นต์ในโลกใบนี้ที่โดนหลอกหลอนด้วยความฝันว่าจะได้ไปอยู่บนเวทีกันนะ

    แต่เวลาผ่านไปเยอะแล้ว สำหรับเราตอนนี้ต้องโฟกัสอย่างอื่นละล่ะ
    สิ่งที่ทำได้คือ ก็ได้แต่ไปปล่อยพลังในห้องเกะเป็นครั้งคราวแก้บ้า ไรเงี้ย

    น้องสิงห์ยังมีเวลาทำได้อยู่ อือ ดีเนอะ จะติดตามนะ
    เป็นแฟน L’Arc~en~Ciel เหมือนกัน

    Comment by ameba | March 5, 2009 | Reply

  11. “ในช่วงที่เรียนอยู่หมาวิทยาลัยนั้น ผมทำเพลงอยู่อย่างสม่ำเสมอ” จ๊ากกกก…พิมผิดอย่างแรงงงงงอ่ะ…
    แก้ด่วนนะจ๊ะ…^^”

    Comment by Little_BirdZz | April 12, 2009 | Reply


Leave a comment