Toilet for thoughts

ส้วมความคิด by วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

Mass morality

ตอบตามใจ ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการแล้วเน่อ ไปเซ็นรวมเล่มวันที่ 4-5 เมษาที่งานหนังสือครับ บู๊ทอมรินทร์ครับผม ใครสนใจก็เชิญ คิดว่าปลายปีเดี๋ยวคงจะได้ออกอีกเล่มครับ

 

Catalyst 16

ศีลธรรมสาธารณะ (Mass Morality)

 

                ความดีนั้นเป็นสิ่งลึกซึ้ง…

                ไม่ใช่เพียงเพราะความดีทำให้ชีวิตของบุคคลเปี่ยมล้นไปด้วยความหมาย ทั้งสำหรับตัวเขาและผู้อื่น

                ไม่ใช่เพียงเพราะความดีนั้นเป็นต้นเหตุความสุขทั้งมวลของมนุษย์ ที่วัตถุจำนวนมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถมาแทนที่ได้

                แต่ความดีนั้นเป็นสิ่งที่แสนลึกซึ้ง

                        เพราะว่าความดี…

…เป็นเรื่องส่วนตัว

 

                หลายศตวรรษในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่เราเคยพยายามถกเถียงกันว่าความถูกต้องคืออะไร

                …การให้

                …ความรัก

                …การละทิ้ง

                …หรือการรับใช้บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่

จวบจนปัจจุบัน ข้อสรุปก็ยังคงดูเลือนราง และแม่ว่านานแสนนานเท่าไหร่ เราก็คงจะไม่มีวันได้เห็นมนุษย์ทุกหมู่เหล่าหันมาสร้างข้อตกลงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ ว่าสิ่งที่จะเรียกว่าเป็นความดีได้นั้น จะต้องมีข้อกำหนดเช่นไรบ้าง

ศาสนาต่างๆได้เกิดขึ้น ก็เพราะคนส่วนใหญ่ไม่สามารถแน่ใจได้เองว่าสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นความดีนั้น แท้จริงแล้วเป็นเรื่องถูกหรือผิด

ความมั่นใจว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง ชอบธรรม และแท้จริง เป็นทรัพย์สินทางจิตวิญญาณที่แสนจะล้ำค่าสำหรับมนุษย์ ไม่มีอะไรจะทำให้เราสุขใจไปได้มากกว่าการค้นพบความหมายของชีวิตผ่านทางการทำ ความดีอีกแล้ว

อุดมการณ์การเมือง ลัทธิชาตินิยม หรือแม้กระทั่งกฎระเบียบในห้องเรียนของเด็กประถม บางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็มีบทบาทต่อจิตใจคนในรูปแบบที่ไม่ต่างจากศาสนาไปมากนัก

            เราต่างอ้อนวอนขอเสียงกระซิบเบาๆจากบางสิ่ง…

เสียงที่จะบอกเราว่า ความถูกต้องคืออะไร

เป็นเสียงกระซิบจากบางสิ่งยิ่งใหญ่กว่า…

….มิใช่เสียงจากมนุษย์ผู้อื่น หรือว่าจากสามัญสำนึกของตัวเราเอง  

                ต้นเสียงเหล่านั้นมันไม่เคยดีพอสำหรับเรา…

ความมั่นคงทางศีลธรรม คือสิ่งที่เป็นผลลัพธ์จากเสียงกระซิบเหล่านั้น

สำหรับหลายๆคน สิ่งนี้เป็นสิ่งล้ำค่าที่ต้องปกปักษ์รักษาไว้ยิ่งชีวิต

 

…และในบางครั้ง การต่อสู้ ก็กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

 

 

 

ความดีเป็นเรื่องส่วนตัว

นี่ไม่ใช่สัจพจน์ หรือว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว จะเป็นก็เพียงอีกหนึ่งความคิดเห็นส่วนตัวของมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น

และหากเราจะตั้งจุดยืน ว่าความคิดนี้เป็นแนวทางเดียวที่ถูกต้อง โต้แย้งไม่ได้ สุดท้ายแล้วประโยคที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่ได้ต่างอะไรไปจากสิ่งอื่นๆที่กำลังจะถูกวิจารณ์หลังจากนี้ไปมากนัก 

                หากแต่เราลองพิจารณาแนวคิดนี้ โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่ตรงกันข้ามดู เราอาจจะสามารถเข้าใจ หรือแม้กระทั้งเห็นด้วยกับประโยคประโยคนี้ก็เป็นได้

                เมื่อความดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

                เมื่อเริ่มต้น…

                มันจะเริ่มต้นจากคนๆหนึ่งที่สงสัยว่าตัวเองจะสามารถสร้างความหมายให้กับเวลาเล็กๆน้อยๆที่ได้รับมาในโลกใบนี้อย่างไรได้บ้าง เขาจะเริ่มต้นด้วยเรื่องง่ายๆ เฉกเช่นการช่วยเหลือคนรอบๆตัว  วิ่งไปซื้อของให้กับผู้เป็นแม่ หรือไม่ก็ช่วยเพื่อนบ้านดูแลบ้านเวลาพวกเขาไม่อยู่

แน่นอนว่าการกระทำเหล่านี้มันอาจจะทำให้เขารู้สึกดีได้บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป มันจะไม่เพียงพอในการทำให้เขาได้รับรู้ความหมายของตนเอง

ณ จุดนี้ความดีของเขาจะยังคงอยู่เป็นเรื่องส่วนตัวอยู่ ซึ่งตามธรรมชาติของมนุษย์แล้ว มันจะไม่เพียงพอในการขจัดความกังขาในการกระทำของตัวเองไปได้อย่างหมดสิ้น   

สิ่งที่ฉันทำอยู่นี่มันใช่หนทางที่ถูกต้องไหม? ฉันจะสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้หรือเปล่า?

อะไรบ้างที่จะทำให้ชีวิตของฉันมีความหมาย?”

                …เขาจะเอ่ยถาม

และเขาจะเริ่มมองหาหลักการต่างๆที่มีอยู่อยากหลากหลายในโลกไปนี้ โดยส่วนใหญ่มันจะเป็นหลักการที่สังคมรอบๆตัวเขาให้ความยอมรับอยู่แล้ว ณ จุดนี้เองที่ความถูกต้อง ในโลกของเขา จะเริ่มมีความสัมพันธ์กับความถูกต้องใน โลกภายนอก

ปรัชญาการเมือง ศาสนา อุดมการณ์ หลักคิด จะเริ่มมีผลกับความดีในชีวิตของเขา

ความสงสัย จะเริ่มถูกแทนที่ด้วยศรัทธาที่ไม่สั่นคลอน และความหวาดกลัวจะถูกผลักไสด้วยการกระทำที่ไม่ถูกฉุดรั้งด้วยความลังเล

                มาถึงจุดนี้ หากว่าความถูกต้องของเขายังคงเป็นเรื่องส่วนตัวอยู่

                …เขาก็จะยอมรับได้ ว่าสิ่งที่เขาเชื่อนั้น มีไว้เพื่อตัวเขาเพียงคนเดียว และนั่นก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้โลกของเขามีความหมาย

                …เขาก็จะมองเห็น ว่า คนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะไขว่คว้าหาความหมายดังเช่นที่เขาทำ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการที่เหมือนกันหรือไม่

                แต่ทว่า การกระทำเช่นนั้น มันก็เท่ากับเป็นการยอมรับ ว่าความเชื่อของเขานั้น อาจจะไม่ใช้หนทางอันชอบธรรมหนทางเดียวในจักรวาลนี้ก็ได้ และนั่นเท่ากับเป็นการผลักตัวเขาเองกลับไปยังจุดที่เขาเริ่มต้นอีกครั้ง จุดที่เต็มไปด้วยความกังขาและความไม่มั่นคง

                ซึ่งแน่นอน ว่าหากว่า ความดี ของเขา เป็นสิ่งที่ถือกำเนิดมาจากตัวเขาเอง ไม่มีผู้ใดได้เข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการ สิ่งเหล่านี้ก็คงจะไม่ใช่สิ่งที่เขาจำต้องรู้สึก

                แต่นี่ก็คือสิ่งที่จำต้องเกิด เมื่อเขาปล่อยให้ศีลธรรมสาธารณะเข้ามาครอบงำการค้นหาความหมายของชีวิตเขา

                และมันเป็นเรื่องน่าเศร้า ที่แทบจะทุกครั้งไป ความมั่นคงทางศรัทราอันเกิดจากหลักการที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วนั้น มักจะมีข้อผูกมัดที่ว่าด้วยสภาวะของโลกที่ควรจะเป็นตามติดมาด้วยเสมอ

                นายทุนต้องสูญสิ้น… พระเยซูคือหนทางเดียวในการเข้าใกล้พระเจ้า… ชาวยิวเป็นกาฝากสังคม 

               

เสื้อสีแดง… หรือเสื้อสีเหลือง…

 

เพียงเพราะเราทุกคน ต่างต้องการความหมายมาเติมเต็มจิตวิญญาณ ต้องการเสียงกระซิบจากเบื้องบนมาบอกว่าตัวเรานั้นคือความชอบธรรม

                การต่อสู้เพื่อศรัทธา เกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในสังคมมนุษย์ และก็คงจะเกิดอีกเป็นพันๆครั้งหลังจากนี้ต่อไป               

                ทั้งหมดนี้ เป็นประวัติศาสตร์ที่แสนเศร้า เพราะจริงๆแล้ว เรื่องราวแห่งความเกลียดชังทั้งหมดนี้สามารถถูกหลีกเลี่ยงได้ หากมนุษย์ยินดีที่จะตั้งคำถามง่ายๆเพียงคำถามเดียวกับศีลธรรมสาธารณะทุกประเภทที่เราทุกคนช่วยกันคิดค้นขึ้นมา

                ทำไม…

                เพียงคำถามเดียว…

…เท่านั้นเอง

               

               

บางทีเรื่องราวที่กล่าวมาทั้งหมด อาจจะไม่มีตรรกะนัก และอาจจะเกิดขึ้นในข้อกำหนดที่มากมายจนเกินความเป็นจริง บางทีศีลธรรมสาธารณะทั้งปวงก็อาจจะไม่ได้นำไปสู่ความเกลียดชังตามที่ได้กล่าวมาเสมอไป

                และบางทีมันอาจจะไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าหากเราจะเริ่มต้นตั้งคำถามกับชีวิตจากหลักการหรือแนวคิดที่มีมาอยู่แล้วอยู่ก่อนหน้า

                แต่เราต้องไม่ลืม ว่าศรัทธาที่แข็งแรงและบริสุทธิ์นั้น ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากว่าเราไม่ได้ตั้งคำถามกับทุกอย่างที่เราได้ยินมา

                ความเชื่อที่แข็งแกร่งที่สุด ก็คือความเชื่อที่เกิดมาจากความกังขา ไม่ใช่ความเชื่อที่เกิดขึ้นมาเพียงเพื่อทำลายล้างความกังขาเหล่านั้น

                หากเราทำเช่นนั้นได้ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี

                หากเราสามารถยอมรับได้ว่า ความดี ที่เรายึดถือนั้น เป็นของเราคนเดียว และเพียงแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว

                มัน…

                ก็คงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี

  

             

 

February 28, 2009 - Posted by wannasingh | Catalyst | | 6 Comments

6 Comments »

  1. เสื้อสีแดง เสื้อสีเหลือง
    หึ..

    Comment by onlii me smile | March 2, 2009 | Reply

  2. ลึกซึ้งอีกแล้ว ชอบหลายพ้อยมากก

    ประโยคเหล่านี้:
    ศีลธรรมสาธารณะ
    ความดีเป็นสิ่งลึกซึ้ง
    ความดีเป็นเรื่องส่วนตัว

    คนที่จะเข้าถึงความจริง ความดี ความงามที่แท้ได้นั้น มีอยู่เป็นจำนวนน้อยมากค่ะ อยู่ที่บุญกรรมหรือจะเรียกว่าอะไรก็ตาม ที่สั่งสมมา เมื่อเข้าถึงความจริงนั้นได้แล้วจึงอยากนำมาเผยแพร่ ให้เข้าใจโดยทั่วกัน
    แต่สิ่งที่เรียกว่า Virtue นั้น ก็ไม่มีมาตรวัดใดๆนอกจากความรู้สึกสัมผัส
    บ่อยครั้ง ก็อาจจะมีคนหลงผิด คิดว่าตัวเองเข้าถึงแล้ว ก็มาเผยแพร่ ได้เช่นกัน
    หลังจากนี้ก็อยู่ที่ ศิลปะในการเผยแพร่ ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องเรียกว่า marketing ชิมิ
    แล้วก็สินค้า คือ ‘ความเชื่อ’ นั้น ‘ของเค้าดีจริงๆ’ หรือไม่ เข้าถึงจิตใจผู้บริโภคมั้ย
    พูดเปรียบเทียบซะเสียเลยนะ เรื่องคุณงามความดี มันเป็นของสูงส่งนะเนี่ย เปล่านะไม่ได้ล้อเล่น มันก็เห็นภาพดี สมัยนี้แล้วนี่

    ความมั่นคงทางศีลธรรม มันอยู่ในส่วนไหนของ hierachy กันหว่า

    การต่อสู้
    ทำไมมันถึงต่อสู้กันนะ

    อาจะเพราะมันถึงจุดนึง
    จุดแตกหัก ฟางเส้นสุดท้าย boiling point
    ก่อนจะึถึงจุดนั้น เป็นช่วงที่สำคัญมาก ถ้าไ่ม่อยากให้เกิดอะไรขึ้น เป็นตอนที่เรายังสามารถควบคุม และปิดไฟได้ แต่ใครจะรู้.. เผลอแป๊บเดียวมันก็ทะลุจุดเดือดไปแล้ว

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันคงไม่เริ่มที่เดือดมาเลยแน่ๆ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่เริ่มก่อตัวมาก่อน ขึ้นอยู่กับว่า คุณมองเห็นมันหรือไม่ มีสติรับรู้การก่อตัวนั้นหรือไม่ และรู้และคาดเดาได้หรือไม่ ว่า อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

    คนที่จุดไฟ ก็ต้องรอคอยการเดือดแน่อยู่แล้ว
    ส่วนคนอื่น.. เค้าเพียงแค่รอกินน้ำร้อนเท่านั้น
    ผลสำเร็จของมันน่ะ
    แ่ต่ตอนเดือด เค้าอาจจะมองข้ามไป หรือไม่ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ หรือไม่ได้สนใจ

    แต่การเดือด ซึ่งเราหมายถึงการขัดแย้งจนกระทั่งถึงจุดที่เราเรียกว่าต่อสู้กันนั้น
    มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะมันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
    บางทีเราก็ต้องแลก
    บางทีแบบ เราอยากกินน้ำสุก แต่ไม่อยากต้มน้ำไม่อยากให้น้ำเดือด ไม่อยากสร้างความร้อน ไม่อยากผลาญพลังงานโลก whatsoever
    ้แล้วมันต้องทำอย่างไร คิด… ยากชิบ
    ก็บริโภคน้ำดิบไปแล้วกัน ไม่ตายนิ อยู่รอดได้เหมือนกัน

    ชอบไอเดียนี้ ความดีเป็นเรื่องส่วนตัว
    ขอเสริมนิดนึง
    การเข้าถึงความดี เป็นเรื่องส่วนตัว
    การบรรลุธรรม เป็นเรื่องเฉพาะตัว
    ไม่มีใครเข้าใจและเข้าถึงในเรื่องอะไรอย่างลึกซึ้งแทนใครได้ ไม่ว่าจะพร่ำสอนเคี่ยวเข็ญกันแค่ไหนก็ตาม
    แม้ว่าจะตลอดชีวิตนี้และชีวิตหน้า

    อย่างดี เราก็ทำได้แค่ชี้ทาง ชวนเชื่อ และชักนำ ให้ไปในทางเดียวกัน(กับเรา) ได้เท่านั้น
    ส่วนจะเข้าถึง และเข้าใจไปในแนวทางเดียวกันอย่างแท้จริงหรือไม่
    ปากอาจบอกว่าเข้าใจ แต่ในใจที่ไม่สามารถแสดงออกเป็นถ้อยคำที่อธิบายได้นั้น เป็นอย่างไร
    อันนั้นยังเป็นเรื่องน่ากังขา

    ความเชื่อนี่มัน… น่ากังขาจริงๆ
    ่ความเชื่อและศรัทธา
    ส่วนบุคคล

    แล้วก็กลับมาที่เดิม
    ที่เราเป็นปัจเจก
    โดดเดี่ยว

    ปลายทางเดียวกัน ของมนุษย์
    เราเชื่อว่ามันเป็นอย่างเดียวกัน ทุกคน มันไม่ใช่ความตายนะ
    เอาคำของคุณมาใช้ ก็คงเรียกว่าที่นั่นคือที่มาแห่งเสียงกระซิบ
    แต่ว่าทางไปถึงตรงนั้น มันไปได้หลายทาง
    หาเอาเอง ถ้าเจอทางลัด ก็ถือว่าคุณโชคดีละ

    Comment by ameba | March 3, 2009 | Reply

  3. มิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยูมิสยู

    มิสยูมากมายวรรณสิงห์

    Comment by wan | March 3, 2009 | Reply

  4. อืม ดีขึ้นนะคะ ไม่รู้สึกว่าเขียนอะไรซ้ำๆเหมือนเมื่อก่อน

    ปล. ออกหนังสือเมื่อไหร่ประกาศดังๆนะคะ หนูคอยพี่อยู่ ^0^

    Comment by Addison | March 3, 2009 | Reply

  5. คนที่ยิ่งอยู่ในจุดสูงในสังคม ยิ่งมีอำนาจมากก็มีอิทธิพล มีผลกระทบต่อสังคมมาก ยิ่งต้องเปี่ยมด้วยคุณธรรม ไม่อย่างนั้นก็ไปกระจายความเลวหน่ะสิ

    Comment by Mim | March 3, 2009 | Reply

  6. PS. อันนี้อ่านยากจัง -*-

    หรือว่าเราโง่เกินไปหว่า? 0.o

    ||

    ||

    สรุปคือ sth ’bout ความดี ใช่ไหม?

    การพยายามยัดเยียดนามธรรมให้เป็นรูปธรรม…

    มันลำบากนะ [--]!

    บางอย่างที่ใช้ใจสัมผัสมันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้น่ะ >.<

    ||

    PS. สรุป..รู้สึกว่าตัวเอง 'ment ไม่รู้เรื่องเลย T^T

    Comment by PaRiCiOuS | September 17, 2009 | Reply


Leave a comment