67 ข้อ
Catalyst 19
67 ข้อ
ข้อสันนิษฐาน
หลายๆครั้ง เหตุการณ์และเรื่องราวที่อยู่รอบๆตัวเรา มักจะพูดอะไรบางอย่างที่มีความหมายกับเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีความหมายใดๆกับมันก็ตาม
“โลก” พูดคุยกับคนทุกคน
แต่ไม่ใช่คนทุกคนที่ได้ยิน
แต่หากเผอิญได้ยินแล้ว การเอาข้อสังเกตที่ได้มาเรียงต่อๆกัน ก็อาจจะพลอยชักชวนให้คนอื่นลองเงี่ยหูฟังตามไปด้วย
…ก็เป็นได้
หากเพียงลองเงี่ยหูฟัง…
ข้อสังเกตทั่วไป
- สิ่งที่เราเป็น ขึ้นอยู่กับว่าเราเกิดกับใคร 70 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ
- การมองเวลาเป็นวัตถุเคลื่อนที่ทำให้มนุษย์จดจ่ออยู่กับการก้าวไปข้างหน้า
- การตลาดทำให้คนเชื่อว่าเงินซื้ออะไรที่นอกเหนือจากสิ่งของได้
- อดีตและอนาคต เป็นความหวาดกลัวที่พวกเราทุกคนล้วนมีร่วมกัน
- สุรามีไว้เพื่อลืมว่าก่อนดื่มสุรานั้นเราเป็นใคร
- การคาดหวังให้คนอีกคนหนึ่งเปลี่ยนแปลง เป็นต้นเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งปวงล้มเหลว
- พลังงานที่คนเราใช้ในการเถียงกันว่าใครคิดถูกนั้น สามารถเอาไปใช้ทำในสิ่งที่แต่่ล่ะฝ่ายคิดว่าถูกให้สำเร็จไปได้หลายรอบ
- ความสุข แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่อีกชื่อหนึ่งของความไม่ทุกข์
- เหตุผลจะเกิดก่อนการกระทำ และข้ออ้างจะตามมาทีหลัง
- การแต่งงานคือการยอมที่จะสูญเสียบางส่วนของตัวเอง เพื่อให้ส่วนที่เหลือสามารถประติดประต่อกับอีกฝ่ายได้พอดี
- ความรักถูกมองเป็นสิ่งละเอียดอ่อน หากแต่แท้จริงแล้วคนที่หยาบเลวที่สุดก็ยังรักเป็น
- เวลามีคนมารัก เราจะตัวใหญ่ล้นฟ้า แต่เวลาเรารักใคร ตัวเราจะเหลือเล็กนิดเดียว
- เมื่อเริ่มต้น นักอุดมการณ์ทุกคนจะกล่าวโทษทุนนิยมเสมอ
- “รัฐบาลที่ดี” ไม่น่าจะมีจริง หรือหากมีก็ไม่น่าจะหมายถึงรัฐบาลที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนดี
- การเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีสองประเภท ประเภทที่เรามองเห็น และประเภทที่เรารู้สึกได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะสนใจแค่การเมือง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทที่เรามองเห็นแต่เพียงอย่างดียว
- “ชาติ” และ “ศาสนา” เป็นต้นเหตุของสงครามทุกสงคราม
- องค์กรสุดขั้วทางการเมือง มักจะดึงดูดผู้คนที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง
- เมื่อเหตุผลทั้งปวงไม่สามารถใช้อธิบายบางอย่างได้ การใช้ความรู้ก็เป็นสิ่งพึงกระทำ
- คนเราเป็นอะไรก็ถือว่ามีศักดิ์ศรีหมด ขอแค่เพียงเป็นของแท้
- ผู้ที่วิจารณ์บุคคลอื่นโดยไม่แสดงตัวนั้น ความจริงสมควรจะเป็นผู้ถูกวิจารณ์เสียเอง
- เราทุกคนสามารถเปลี่ยนโลกของคนอีกคนได้เสมอ
- พ่อแม่ที่รักลูกมากที่สุด คือพ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกหัดเดินเอง
- ความล้มเหลวเป็นตัวแปรคงที่ของการเริ่มต้น
- คนที่พยายามตลกอยู่ตลอดเวลา มักจะเป็นคนที่ไม่เคยขุดหาความรู้สึกที่อยู่ภายในของตัวเอง
- ความฟุ้งซ่านและล่องลอยเป็นโรคระบาดแห่งยุคสมัย ทั้งๆที่เราอยู่ในยุคที่ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งต่างๆให้เราทำตลอดเวลา
- ความหวาดกลัวที่จะเด็ดเดี่ยว เป็นต้นตอของความโดดเดี่ยวในฝูงชน
- พระเจ้าเป็นมโนภาพที่เปลี่ยนให้คนทุกคนกลายเป็นเด็กที่ดูแลตัวเองไม่ได้
- ครอบครัวมักจะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่ออยู่ห่างไกลกัน
- ในการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว จะมีฝ่ายหนึ่งที่กำลังทะเลาะ และอีกฝ่ายที่แค่พยายามสื่อสารกับฝ่ายตรงข้าม
- การทำดีเพื่อสนองความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์นั้น เป็นแค่ความเห็นแก่ตัวรูปแบบหนึ่ง
- คนเราแต่ล่ะคนเดินสวนกันบนจุดเดียวกันในท้องถนน แต่สิ่งที่เราเห็นนั้นกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
- ความคิดเห็นต่อตัวเราที่สำคัญที่สุดก็คืออันที่เป็นของเราเอง
- มองตัวเองให้ใหญ่พอ เพื่อให้เชื่อมั่นว่าเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ และให้เล็กพอ เพื่อให้รู้ว่าเราไม่ได้วิเศษอยู่เหนือคนอื่น
- ข้อคิดหรือคำพูดของผู้มีชื่อเสียง หากว่าเราเห็นด้วยกับมันแล้ว เรามักจะปฏิบัติต่อมันเหมือนข้อเท็จจริงมากกว่าความคิดเห็น
- เราไม่ได้เห็นสรรพสิ่งต่างๆตามที่มันเป็น แต่เราเห็นมันตามสิ่งที่เราเป็น
- ผู้บรรลุธรรมที่แท้จริง มักจะไม่ยกมาตราหรือตัวเลขใดๆในหลักธรรมมาอ้าง
- “ความแน่นอน” ในจิตใจ เป็นสินทรัพย์ที่ล้ำค่า แต่ก็เป็นตัวกำเนิดอัตตาที่อันตราย
- การด่าทอผู้มีอำนาจ มักจะทำให้ได้เสียงชื่นชมตามมามากว่าการเอาตนออกไปแก้ปัญหาที่ผู้มีอำนาจไม่สามารถแก้ได้
- ความไม่สมบูรณ์แบบนั้นยากที่ลอกเลียน
- อุดมการณ์ที่ตายตัว เป็นเพียงเครื่องมือให้คนที่เกียจคร้านในเชิงความคิดได้รู้สึกดีกับตัวเอง
- เป็นเรื่องน่าแปลก ที่ความรู้สึกเดียวดายนั้นกลับกลายเป็นตัวแปรเดียวที่เชื่อมโยงเราทุกคนเข้าหากัน
- การถ่อมตัวมากเกินไป บางครั้งก็เป็นการปล่อยโอกาสที่เราจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นให้หลุดลอยไป
- ความทุกข์จะเพิ่มขึ้นตาม “การคาดหวัง” และความสุขจะเพิ่มขึ้นตาม “การยอมรับ”
- เราแก่ขึ้นทุกครั้ง เมื่อสิ่งที่ทำให้เรายิ้มหายไปจากโลกนี้อีกหนึ่งสิ่ง
- “ความดี” เป็นเรื่องส่วนตัว และไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องป่าวประกาศให้โลกรู้ หรือว่าไปยุ่งกับสิ่งที่เป็นความดีของผู้อื่น
ข้อสังเกตส่วนตัว
- คำพูดสรรเสริญของคนอื่นจะเป็นยาพิษต่อจิตใจ หากว่าลึกๆแล้ว เรารู้ตัวว่าเราไม่สมควรได้คำชมเหล่านั้น
- การดูแลคนจริงๆที่อยู่ข้างๆตัวเรานั้น ยากเย็นกว่าการดูแล “อุดมการณ์” หรือว่า “ประชาชน” อยู่มาก
- อย่าพยายามพูดในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ อย่าไปช่วยเหลือคนที่เราไม่เข้าใจ และ อย่าทิ้งให้ความไม่เข้าใจเหล่านั้นให้หมกตัวอยู่โดยไม่ได้รับการบรรเทา
- ไม่มีลูกคนไหนที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากพ่อแม่ ไม่ว่าจะพยายามหลีกหนีเงาของบุพการีมากเท่าไหร่ก็ตาม
- การเขียนหนังสือทำให้ได้เจอสิ่งที่ไม่รู้มาก่อนว่าอยู่ในหัวสมองเรา
- บทความหนึ่งชิ้นใช้เวลาเขียนสิบชั่วโมง แต่ใช้เวลาในการรวบรวมวัตถุดิบยี่สิบกว่าปี
- เพลงหนึ่งอัลบั้มใช้เวลาทำปีครึ่ง เพลงหนึ่งเดือนครึ่ง เนื้อเพลงหนึ่งวรรคใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง และวันหน่ึงควรมีเวลาฝึกเล่นอย่างน้อยสามชั่วโมงครึ่ง ส่วนคนดาวน์โหลดเพลงใช้เวลาโหลดครึ่งชั่วโมง และฟังอีกครึ่งชั่วโมง
- คนหลงตัวเองจะไม่ยอมให้อภัยตัวเอง เพราะเขามองตัวเองว่าไม่สามารถผิดพลาดเหมือนกับคนอื่นๆได้
- การไปประกวด 50 หนุ่ม cleo เพื่อโปรโมตเพลงวงตัวเอง สำหรับบางคนก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดมากอะไร แต่สำหรับบางคน มันก็เป็นประเด็นใหญ่ในชีวิตที่นำไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริงแท้ของจิตวิญญาณของตน
- ความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่กับความจำเป็นในการขับถ่ายนั้นมีหลักฐานสนับสนุนอยู่มากพอสมควร
- ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ จะจบลงด้วยการให้ฝากอะไรถึงวัยรุ่น แม้ว่าจะฝากไปสิบกว่าอย่างแล้วก็ตามในคำถามก่อนหน้า
- การพูดถึงสิ่งที่ตัวเองมีแล้วบวกจำนวนเข้าไปอีกหนึ่งเสมอนั้น แสดงถึงอาการที่ไม่พึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีในทุกๆทาง ต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว(เช่นได้เกรด 3.7 ก็บอกว่า 3.8 , หนังสือได้พิมพ์ 4 ครั้งก็บอกว่า 5 ครั้ง เป็นต้น)
ข้อสังเกตไร้สาระ
- แฟชั่นเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนมีหน้าตาเหมือนกัน
- คนเราส่วนใหญ่มักจะร้องเพลงที่ตัวเองด่าว่าปัญญาอ่อนได้เกือบทั้งเพลง
- คนไทยบ้าเกาหลี แต่คนเกาหลีไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองไทยเลย
- ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่พอใจในรูปถ่ายของตัวเอง
- ผู้ชายยอมรับในสรีระที่ไม่สมบูรณ์แบบของผู้หญิงได้มากกว่าที่ผู้หญิงเข้าใจอยู่เยอะ
- คนไทยรักสุขภาพมาก เพราะว่าเราเซ็นเซอร์คนดูดบุหรี่ในทีวี แต่ยอมให้ผู้หญิงมาตบแย่งผัวกันหลังข่าวทุกคืน
- หมามักจะกระโดดเข้าร่วมเพศกับท่อนขาของคนที่ตัวเล็กมากกว่าของคนตัวใหญ่
- ศิลปินไทยมักจะทำอะไรออกมาคล้ายๆกัน เพราะกลัวตลาดรับไม่ได้ แต่ก็น่าแปลก ที่ในหมู่เพลงที่คล้ายๆกันนั้น สุดท้ายก็ไม่มีใครดังสักคน
- ดาราไทยหน้าใหม่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดใหม่ในอัตตราเฉลี่ยวันละสามคน
- ผู้ชายในทุกวัฒนธรรมในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่มีพฤติกรรมชอบเอาความเป็นเกย์มาล้อเลียนกัน
ข้อสรุป
- การตั้งข้อสังเกตุต่างๆจะนำไปสู่การไม่เห็นด้วย
- คุณจะทะเลาะกับผมอยู่ในหัว
- และท้ายที่สุด เราทั้งคู่ก็จะฉลาดขึ้น
24 Comments »
Leave a comment
-
Archives
- October 2009 (1)
- September 2009 (1)
- August 2009 (1)
- June 2009 (1)
- April 2009 (1)
- March 2009 (2)
- February 2009 (1)
- January 2009 (1)
- December 2008 (2)
- November 2008 (1)
- October 2008 (1)
- September 2008 (2)
-
Categories
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS




สุรามีไว้เพื่อลืมว่าก่อนดื่มสุรานั้นเราเป็นใคร
มันก็จริงแฮ*.*
พี่สิงห์มีแอบเหน็บผู้หญิงด้วยอะ
แอบคับแค้นใจไรรึเปล่าพี่ 555+++
โดนเต็ม ๆ
ชอบข้อสังเกตุไร้สาระจัง
อิอิ
อ่านไป อ่านไป…
เฮ้ย!!!
มันก็จริงของเค้านะ
เข้าใจโลกได้มากขึ้นค่ะ……..^6^
โดยเฉพาะ ชาติ ศาสนา จุดเริ่มต้นของสงคราม
นั้นซิเนอะ เราอยู่โลกเดียวกันไม่ใช่รึไง??
โดนใจข้อนี้ “ความหวาดกลัวที่จะเด็ดเดี่ยว เป็นต้นตอของความโดดเดี่ยวในฝูงชน”
และข้อนี้อยู่มาก
“การดูแลคนจริงๆที่อยู่ข้างๆตัวเรานั้น ยากเย็นกว่าการดูแล “อุดมการณ์” หรือว่า “ประชาชน” อยู่มาก”
เราว่าข้อสังเกตไร้สาระของสิงห์ชักไม่ไร้สาระแล้วนะ
ปล.เห็นสัมภาษณ์เมื่อเช้าว่าอัลบั้มใกล้คลอดแล้วเหรอ
ยินดีด้วยล่วงหน้า.
พี่สิงห์
จูน ติดตามอ่านพี่มาเรื่อยๆเลย
ตอนนี้ได้เป็น นักศึกษาธรรมศาสตร์แล้ว เย่
อยากเป็นนักเขียนด้วยแหละ 555+
เขียน โดนมากมาย 55+
ชอบความคิดพี่มากค่ะ
.
.
ข้อ 30 “การทำดีเพื่อสนองความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์นั้น เป็นแค่ความเห็นแก่ตัวรูปแบบหนึ่ง ”
– ข้อนี้ ทำสะอึกมากค่ะ
.
.
ข้อ 37 ““ความแน่นอน” ในจิตใจ เป็นสินทรัพย์ที่ล้ำค่า แต่ก็เป็นตัวกำเนิดอัตตาที่อันตราย ”
– ชอบข้อนี้มากค่ะ
^^
สวัสดีครับพี่ ถ้าจะบอกว่าเห็นด้วยกับหลายข้อ จะกลายเป็นแนวทางเก่าจนเกินไป
ข้อสังเกตุของผม 1ในหลายข้อ
“ประชาชนจำนวนหนึ่งชื่นชอบท่านในเรื่องของลักษณะมายา มากเสียว่าความคิด และผลงาน”
ผมไม่ใช่ประชาชนจำนวนนั้น
ขออนุญาตแวะมาเยี่ยมชมบ่อยๆ แม้ไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นนะครับ
Part1: เห็นด้วย 28ข้อ, ไม่เห็นด้วย4ข้อ, maybe 9ข้อ, ไม่ค่อยเข้าใจ 2ข้อ, เห็นด้วยและขัดแย้งในข้อเดียวกัน 2ข้อ
Part2: เห็นด้วย 7ข้อ, ไม่เห็นด้วย1ข้อ, maybe 3ข้อ, yes+no 1ข้อ
Part3: yes 3, maybe 7
พูดเรื่องไรดี เอาเรื่องเดียวแล้วกันค่ะ:
7. เพลงหนึ่งอัลบั้มใช้เวลาทำปีครึ่ง เพลงหนึ่งเดือนครึ่ง เนื้อเพลงหนึ่งวรรคใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง และวันหน่ึงควรมีเวลาฝึกเล่นอย่างน้อยสามชั่วโมงครึ่ง ส่วนคนดาวน์โหลดเพลงใช้เวลาโหลดครึ่งชั่วโมง และฟังอีกครึ่งชั่วโมง
-เราว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับการ เคี่ยวซุป หรือบ่มไวน์นิคะ มันก็กระเดื๊อกหมดไปภายในชั่วพริบตา และขับถ่ายออกมาหลังจากนั้นเหมือนกัน ในพิธีชงชาของญี่ปุ่น ในวิถีเซน เค้าก็ให้เราได้รู้จักกับสัจจธรรมนี้ กว่าจะชงเสร็จผ่านพิธีกรรมมากมาย แล้วในที่สุดมันก็หายไปในแว่บหนึ่งของจักรวาล เหมือนการดวลดาบ เหมือนอะไรๆๆๆอีกมากมายในโลกนี้
-เราว่าประเด็นของสิงห์อาจจะอยู่ที่การดาวน์โหลดด้วย สำหรับเราคิดว่า การทำเพลง ถ้าทำแล้วมีคนได้ฟังเพลงของเราเยอะเท่าไหร่ เราถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จมากกว่าค่ะ ไม่ได้อยู่ที่ว่า ขายได้เท่าไหร่ แต่ก็พูดลำบากอยู่เหมือนกัน ในยุคที่วัดกันที่ยอดขาย แต่เราว่าถ้าจะคิดให้สบายใจ ก็คิดว่าทำเพลงมาให้คนฟังนี่สบายใจสุดแล้วล่ะ
-ส่วนตัวเราก็ฟังเพลงญี่ปุ่นเยอะนะ ถ้าเป็นศิลปินที่ชื่นชอบก็จะซื้อแผ่นแท้ในวันที่มันวางตลาด ก็สั่งทาง HMV ไว้ล่วงหน้าไรงี้ค่ะ คือการตลาดเค้าจะดีมากๆ อันนี้แฟนๆในวงการเพลงญี่ปุ่นเค้าทำกันมานานแล้ว แล้วมันเป็นคอมมูนิตี้ที่สุดยอดมาก คือ ไฟล์ก็แทบจะออกมาก่อนวันที่วางแผงด้วยซ้ำ(แฟนๆนี่แหละทำแล้วอัพโหลดแจกแฟนๆด้วยกัน) เค้าก็โหลดกันค่ะ โหลดกันกระจุยกระจาย แต่ก็ซื้อด้วยนะ แต่ไม่ซื้อก็ไม่มีใครว่าอะไร ก็ตามกำลัง ตามความพอใจค่ะ
-อันนี้ก็แล้วแต่คนจะคิดอีกล่ะค่ะ เราก็มีเพื่อนเกิดวันเดียวกับสิงห์นี่แหละ มันก็แอนตี้เรื่องดาวน์โหลดเอามากๆ กูต้องซื้อแผ่นแท้เท่านั้น สาวกพันธุ์แท้ และมึงก็ต้องซื้อด้วย ฮ่าๆๆ
-แล้วเรื่องที่ว่าฟังครึ่งชั่วโมงนี่ เราว่าไม่จริงนะคะ ขึ้นอยู่กับคนค่ะ แต่ก็คิดว่าสิงห์เขียนเพื่อเปรียบเทียบมากกว่า หรือเปล่า? บางเพลง ฟังรอบเดียวก็คิดว่า พอแล้ว บางทีฟังแค่อินโทร ก็พอดีก่า บางเพลงก็ฟังวนๆไปได้ทั้งวัน ทั้งเดือน การฟังเพลงนี่ ฟังแต่ละรอบ เราจะได้อะไรไม่เหมือนกัน ไม่ว่าเราจะฟังมันบ่อยแค่ไหนก็ตาม อันนี้เป็นเรื่องที่เป็นข้อดีมากๆของการฟังเพลงเลยนิ แล้วก็สิ่งที่เราได้รับเข้ามาผ่านทางโสตประสาท มันก็จะอยู่ภายในจิตวิญญาณเราตลอดไป ..เราจะจำมันได้น่ะ จำได้ไงก็ไม่รู้เนอะ^^
สำหรับเรา เท่าที่อ่านบทความของสิงห์มา วันนี้ไม่เห็นด้วยเยอะที่สุด อืม.. สิงห์เปี้ยนไป?? ไม่ใช่หรอก… มันอยู่กับเรื่องที่เขียนมากกว่ามั้ง ไม่รู้ดิ ข้ามไป ก็จะตามอ่านต่อไปเรื่อยๆแหละ แล้วเราก็คิดว่า ทั้ง67ข้อ ณ ปัจจุบัน มันก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆอยู่ดี บางที มันอาจจะเป็นพรุ่งนี้มะรืนนี้เลยก็ได้..
-การพูดถึงสิ่งที่ตัวเองมีแล้วบวกจำนวนเข้าไปอีกหนึ่งเสมอนั้น แสดงถึงอาการที่ไม่พึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีในทุกๆทาง ต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว(เช่นได้เกรด 3.7 ก็บอกว่า 3.8 , หนังสือได้พิมพ์ 4 ครั้งก็บอกว่า 5 ครั้ง เป็นต้น)
..>>>เวลาเพื่อนถามเกรดบอกไป3.5อ่า
แต่จิงๆได้3.45อ่ะ
เราบวกเพิ่มแค่0.5เองนะ
ไม่เข้าข่ายข้อนิอ่ะ
หิหิ!
“คนไทยรักสุขภาพมาก เพราะว่าเราเซ็นเซอร์คนดูดบุหรี่ในทีวี แต่ยอมให้ผู้หญิงมาตบแย่งผัวกันหลังข่าวทุกคืน”
ชอบประโยคนี้มากค่ะ เบื่อทีวีไทย เมื่อไหร่จะทำอะไรที่มันต่างจากเดิมบ้าง
คนดูแบบใจลอยๆ ก็จะเชื่อตามนั้น
จนลืมใช้สมองไตร่ตรองความน่าจะเป็น
ละคร อิงจากชีวิตจริงก็จริงนะ แต่เพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด
ปล.หมายรวมถึงการนำเสนอข่าวของบางช่อง นักข่าวบางท่าน
ที่ชอบยัดเยียดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้ท่านผู้ชม
น่าจะต้องขึ้นเครดิต “โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมและรับฟัง”
เป็น 67 ข้อ ที่ชัดเจนดีจัง
“การทำดีเพื่อสนองความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์นั้น เป็นแค่ความเห็นแก่ตัวรูปแบบหนึ่ง ”
ข้อที่ว่ามานี้ทำให้นึกถึงการให้เงินขอทาน ทั้งๆที่เราน่าจะรู้ว่า ขอทานคนนั้นเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ เงินที่เราให้ไป คือการต่อวงจรอุบาทว์ (แต่บางทีก็อดรู้สึกผิดที่จะไม่ให้ไม่ได้)
อันนี้ข้อสังเกตส่วนตัว อยากแชร์ “เหตุผลสุดท้ายของหลายๆ หรือ ทุกๆการกระทำ คือ เพราะฉันทำตามความรู้สึกของตัวเอง” อิอิ
แม้จะทะเลาะกับคุณอยู่ในหัว แม้ไม่รู้ว่าจะฉลาดขึ้นจริงมั๊ย หรือแค่โง่น้อยลง แต่ก็ทำให้ผู้อ่านอย่างเรา อยากรู้จักตัวเองมากขึ้น
เพราะว่า … ข้อเขียนของคุณ มันทำให้รู้จักตัวตนของคุณ ชัดเจนดีจัง ^^
ชอบหนังสือตอบตามมากเลยครับ
โดยเฉพาะ ที่ตอบให้เรื่อง Prison Break
ขำๆฮากลิ้ง
พี่สิงห์ อัพเร็วๆนะคะ รออ่านอยู่คร่า อิอิ
^^
ข้อสังเกตไร้สาระ:
2. คนเราส่วนใหญ่มักจะร้องเพลงที่ตัวเองด่าว่าปัญญาอ่อนได้เกือบทั้งเพลง
ถูก!!!!
ร้องได้เกือบทุกเพลง!!
ข้อ 6 ค่ะ
“การคาดหวังให้คนอีกคนหนึ่งเปลี่ยนแปลง เป็นต้นเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งปวงล้มเหลว”
เจอะกับตัวถึงรู้จริงๆ เลยค่ะ ไม่ได้ล้มเหลวธรรมดา แต่ละเอียดเป็นผุยผงเลยค่ะ
มีทางเดียวคือเก็บใส่ที่ต้กผงแล้วเอาความรู้สึกนั้นทิ้งขยะไป
ลองเงี่ยหูฟังแล้วสังเกตว่า
เพลงห้ามทิ้งฟังดูเหมือนเพลง my baby takes the morning train
อยากรู้ว่า มีใครเชื่อในความเพราะของเพลงที่ไม่มีบริบทมั่ง?
ผมกำลังฉลาดขึ้นแล้วคับพี่
ไอ่ข้อ ผู้ชายชอบเอาความเป็นเกย์ มาล้อนี่ แม่นอีหลีเด้อ 55
1.คุณเป็นคนเด็กกว่าที่เรายอมรับในความคิด
2.เห็น MV ใน ช่อง POP แล้ว
จะช้าไปไหมถ้าบอกว่า ชอบข้อสังเกตทั่วไป ข้อที่ 33 มากเลย
ตอนเด็กๆรู้สึกเหมือนจะได้อ่านอะไรคล้ายๆแบบนี้ จนเอามาตั้งเป็นชื่ออีเมลล์
แต่จนป่านนี้ก็ยังนึกไม่ออกว่าไปได้อ่านมาจากไหน
ข้อคิดดีจัง ^^
แต่ก็มีที่ไม่เห็นด้วย =P
ธรรมดาสำหรับกระจกด้านเดียว
PS. Anyway, Cheers Up! ค่า =)
อู้งานมาอ่าน โคดดดชอบ 2 quote นี้
- เราไม่ได้เห็นสรรพสิ่งต่างๆตามที่มันเป็น แต่เราเห็นมันตามสิ่งที่เราเป็น
- ความทุกข์จะเพิ่มขึ้นตาม “การคาดหวัง” และความสุขจะเพิ่มขึ้นตาม “การยอมรับ”
ปล. รูปวรรณสิงห์ในคลีโอน่าจะใหญ่กว่านี้อีกหน่อย 555
พรุ่งนี้มีไปเล่นที่ met bar ใช่ป่าว ^-^ อยากไปดูแต่งานเริ่มดึกมากกกกก
เพิ่มอีกอัน
“คนเราส่วนใหญ่มักจะร้องเพลงที่ตัวเองด่าว่าปัญญาอ่อนได้เกือบทั้งเพลง”
จริงที่สุด…เวลาไปร้องคาราโอเกะกดแต่เพลงค่าย อ.